สวัสดี เพื่อนพ้องชาว exteen
         blog นี้ไม่ได้อัพเดตมานานแล้ว มาอัพเดตอีกทีก็วันที่เจ้าของblog เรียนจบ และแต่งงานมาได้เกือบ 9 เดือน หลายๆอย่าง มันเปลี่ยนไปจากที่คิด ความสุขมันก็มี ความทุกข์มันก็มี แต่สิ่งหนึ่งที่บางครั้งก็รู้สึกหายไปคือ "ความหอมหวาน" บางอย่างที่เคยฝันไว้ ไม่เป็นอย่างที่ฝันซะหมด
         เคยรู้สึกอยากให้ผู้ชายเห็นคุณค่าในสิ่งเลยน้อยไหม เช่นการทำเซอร์ไพร้ส์ ดอกไม้ 1 ช่อ เขียนโน๊ตให้กำลังใจ ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ๆ แต่มันกลับเป็นเรื่องที่ไร้สาระในสายตาของคู่ชีวิต เราก็ไม่ได้อยากให้มีทุกวัน แต่นี่มันไม่เคยมี พอทะเลาะกันทุกทีก็ชอบพูดว่า "เลิกซะที เลิกคิดความรักแบบเพ้อฝัน ความรักมันคือการช่วยเหลือกันให้รอดพ้นไปในชีวิต" เราคงต้องปลงกับเรื่องน่ารักๆ ที่อาร์ตๆสินะ ในเมื่อสิ่งนี้ เค้าไม่มี ไม่เห็นความสำคัญใดๆ
          แต่เค้าก็เป็นคนที่ดีมาก คนหนึ่งนะ อดทนเวลาเราทำอะไรไม่เข้าท่า แม้จะบ่นๆ ทำอาหารให้ทาน ช่วยทำงานบ้าน เป็นคนปรึกษาที่ดีที่เคร่งครัด (เคร่งจนเครียดนะบางที) มีความเป็นผู้ใหญ่ที่จะมาคุมนิสัยเด็กๆอย่างเรา เรื่องศีลเรื่องธรรมไม่ขาดตกบกพร่อง เราก็รักเค้านั่นแหล่ะ แต่บางสิ่งเค้าไม่เข้าใจเรา
          ก่อนแต่งเคยคุยกันก็น่าจะรู้ว่า อยากได้ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ๆ อยากได้แหวนคู่ พอแต่งก็ลืมไปแล้ว เพราะไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ มันเป็นความหวานที่หล่อเลี้ยงใจเรา ทำให้เรายิ้มได้อีกนาน
           หรือเพราะ เรายังไม่ดีพอ ไม่คู่ควรที่จะได้รับมัน
 
                                                                                                                 ฉันชื่อ เนาวัล
 
 
              คนเรามันก็แปลก....ที่มักจะทำโอกาสหลุดหายไป
 
              มีชายคนหนึ่ง หลายครั้งที่ฉันผ่าน เค้าคนนั้นจะหันมามองฉันทั้งตัวเลย ฉันก็เห็นนะ ฉันคิดว่าเค้าคงรู้จักฉันละมั้ง แต่เจอแต่ละครั้งเค้าก็หันตัวมามอง
 
              ความจริงแล้ว ฉันเห็นเค้า ฉันชอบดวงตาดวงนั้นมาก เมื่อเค้ามองเข้ามาทีไร ทำฉันหัวใจตกไปไหนไม่รู้ทุกที
 
              บางทีฉันก็ทำเป็นว่าอ่านหนังสืออยู่ที่ร้านเดียวกับเค้า เนียนจิงๆ
 
               จนวันที่ 1 มิย. วันแรกที่มามหาลัย มีคนอยู่ในโรงอาหารมากมาย แต่ดูเหมือนว่า สายตาฉันจะเห็นเค้าคนเดียว
 
                ซักพักฉันไปซื้อน้ำ เดินสวนกับเค้า (ฉันเดินตามหลัง..ผู้ใหญ่คนนึง) เดินสวนกัน ฉันจึงได้โอกาสค่อยๆแอบมองเข้าไปในนัยตา(ดวงที่ฆ่าฉันนั่นแหล่ะ) จังหว่ะเดียวกับเค้าที่มองลงมายังนัยตาของฉัน และไม่มีใครละสายตาจากใคร จนสวนกันพ้น
 
                 ฉันงง...แบบนี้มันหมายความว่าไง?
 
                 วันนี้ ฉันเจอเค้าก็ทำเป็นเร่งรีบ ไม่เห็น กลัวใจตัวเอง รู้สึกว่าเค้าหันทั้งตัวมามองฉันรอบนึง เนี่ยนะ... ไม่รู้จะเอาอะไรเนี่ย งงหมดแล้ว
      คนๆหนึ่งหนีหายไปจากฉัน (ก็คนนั้นแหล่ะ) แต่ก็มีคนหนึ่งเข้ามาทางเน็ต มาขอแต่งงาน ชาวต่างชาติ อาหรับ ดูท่าhe บุกหนักประมาณว่าจะมารับไปด้วยเลย เจอแบบนี้คุณจะเชื่อหรือไม่
      ฉันกลัวถูกหลอกอ่ะ แต่ลองเล่นดู แล้วจะนำประสบการณ์มาบอกนะว่า ความรักในเน็ต มีจริง จริงหรอ
      ฉันอยากตัดใจจากคนที่แอบรัก ไม่อยากรักเค้า ซึ่งทำยากจริงๆ แต่ต้องทำให้ได้
      ข้อดีของเค้าคือ ความดี สิ่งเดียวนี้ที่ทำให้ฉันรักเค้า
      ข้อเสียมีมากมาย เข้าใจยาก บุคลิคไม่ค่อยดี เชยๆ เงียบ เย็นชา
 
      ฉันอยาก "หยุดรักเค้า" ใครมีวิธีตัดใจดีดี ช่วยที
      ทำยังไงไม่ให้ฉันคิดถึงเค้าดี เพราะฉันอยู่ในความฝัน ความหวังลึกๆว่า เค้าอาจจะชอบฉัน
      แต่เหมือนไม่มีอะไรแสดงออกมากทั้งนั้น ทั้งรับและปฎิเสธ ซึ่งมันเจ็บมากที่ไม่รู้ว่า เค้ารู้สึกบ้างไหม
      ฉันจึงอยากหยุดคิด อยากเป็นคนไม่มีหัวใจ อย่างเค้าบ้าง
 
      ช่วยฉันที

           ความอ่อนไหวเข้ามาครอบงำ

              ความคิดถึงเข้ามาแทนที่

            อยู่ไกล้แค่นี้ แต่กลับไม่เห็นกัน

 

           เหมือนกับไกล้ แต่เอื้อมไม่ถึง

            เมื่อต้องคิดถึง ก็ต้องยอมรับความเจ็บปวด

           เพราะไม่มีสิทธิ จะเผยอะไรออกไป ไม่ได้ แน่นอน

 

           ได้เพียง ดูรูปเธอ ที่คนอื่นไปโพส

           ได้เพียง คำบอกเล่าจากคนอื่น ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

            ได้เพียงไปเยี่ยมที่ๆเธออยู่ แต่ไม่รู้ว่าเธออยู่แห่งใด

             ได้เพียงแอบมอง ห้ามให้เธอรู้ตัว

            ได้เพียงเท่านี้แหละ

 

            คิดถึงเธอ ถึงเธอไม่คิดถึง

            ถึงเธอคิดถึง เธอคงคิดไม่ถึง ว่ามีคนคิดถึงเธอ

 

             แบบนี้ใช่ความรักหรือเปล่า ฉันยังไม่รู้เลย

              หรือเป็นสิ่งอื่นบังตา บางอย่างทำให้ฉันมองข้ามไป

              ว่ามันยาก เหลือเกิน

 

       ไปอ่านเจอมาจากหนังสือ 7 อุปนิสัยให้วัยรุ่นเป็นเลิศมา ฉันชอบหนังสือเล่มนี้มากค่ะ เป็นวาทะเด็ดในอดีตของบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่กลับเป็นการคาดการณ์ที่ผิด ซึ่งน่าจะเกิดจาก "กรอบความคิดที่จำกัด" เรียงตามการจัดอันดับที่10 ลงมาถึง1ไปอ่านกันได้เลยค่ะ

 

10. "ไม่มีเหตุผลใดเลยที่คนแต่ละคนจะมีคอมพิวเตอร์ในครัวเรือน"

        เคนเนท โอลเซน ประธานบริษัทและผู้ก่อตั้ง Digital Equipment Corporation ในปี 1977

 

9."เครื่องบินเป็นของเล่นที่น่าสนใจ แต่ไม่มีคุณค่าทางการทหาร" 

        จอมพล แฟร์ดีนอง ฟอช เสนาธิการกองทัพฝรั่งเศสและผู้บัญชาการกองกำลังสัมพันธมิตรในแนวรบตะวันตก สงครามโลกครั้งที่1 ในปี 1911

 

 8."มนุษย์ไม่มีวันเดินทางไปถึงดวงจันทร์ ไม่ว่าวงการวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหนก็ตาม"

       ดร.ลี เดอ ฟอเรสต์ ผู้ประดิษฐ์หลอดวิทยุและบิดาแห่งวิทยุ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1967

 

7."โทรทัศน์ไม่มีวันครองตลาดเหมือนหกเดือนแรกที่เปิดตัว ไม่นานผู้คนก็จะเบื่อการนั่งจ้องกล่องไม้อัดทุกคืน"

        ดาร์รีล เอฟ. ชานุก ประธาน 20th Century Fox ในปี 1946

 

6."เราไม่ชอบแนวเพลงของพวกเขา วงรวมหมู่กีตาร์ใกล้จะพ้นสมัยแล้ว"

        Decca Records ให้เหตุผลที่ปฎิเสธวงเดอะบีตเทิลส์ ในปี 1962

 

5."สำหรับคนส่วนใหญ่ การใช้ยาเส้นมีผลดีต่อสุขภาพ"

        นพ.เอียน เอ็ม. แมกโดนัลด์ ศัลยแพทย์ลอสแอนเจลิส แสดงความเห็นใน Newsweek เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 1969

 

4."โทรศัพย์มีข้อบกพร่องมากเกินกว่าจะเป็นเครื่องมือสื่อสารอย่างจริงจัง อุปกรณ์ชนิดนี้ไม่มีคุณค่าใดต่อเรา"

       บันทึกความจำภายใน Western Union ในปี 1876

 

3."โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล"

       โตเลมี นักดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ผู้ยิ่งใหญ่ ในช่วงศตวรรษที่2

 

2."ไม่มีเรื่องใดสลักสำคัญเกิดขึ้นในวันนี้"

        พระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งอังกฤษ ทรงอักษรเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1776

 

1."ทุกอย่างที่สามารถประดิษฐ์ขึ้นได้ ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาแล้ว"

        ชาลส์ เอช. ดูเอลล์ ผู้ว่าการสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา ในปี 1899

 

               คุณมี "กรอบความคิดที่ไม่ถูกต้อง" บ้างไหม ?

 

 

 

--> Study Online Site              

 

 

 

         

Free TOEFL Practice

posted on 12 Sep 2009 10:51 by lovelywal

       เผื่อว่าใครกำลังต้องการนะคะ เอา resouce มาให้

English practice activities.

The Test of English as a Foreign Language (TOEFL) measures the ability of non-native speakers of English to use and understand North American English as it is spoken, written and heard in college and university settings. Most people who take the TOEFL test are planning to study at colleges and universities where instruction is in English. In addition, many government agencies, scholarship programs, and licensing/certification agencies use TOEFL scores to evaluate English proficiency.

You have 20 minutes to do 20 questions. When you have completed the test you will get a score and you can review your answer to each question.

 

The TOEFL® Internet-based test has four sections. It is approximately four hours long. All four sections can be taken on one day. Note-taking is allowed throughout the test to help test takers answer the questions.

Reading
Three to five academic reading passages followed by comprehension questions

Listening

Two conversations that include two or more speakers in each
Four lectures, which include classroom dialogue

Speaking

6 questions, where you have to speak about something you have heard or read.

Writing

Two writing tasks, one involves reading and listening.

Please also visit ExamEnglish.com . You will find free practice tests for TOEFL, IELTS, TOEIC, CAE, FCE and other exams for English language learners.

        "... ได้แต่รอรักคืนกลับมา ทั้งที่เธออยู่ไกลสุดฟ้า และอาจไม่เหมือนเดิม ..." เพลงนี้มีอะไรหรอ ทำไมอยู่ มันจึงทำให้ฉันน้ำตาไหล... เพราะอะไร

 

         เพราะฉันรอ เพราะเธออยู่ไกลสุดฟ้า เพราะฉันไม่รู้ว่าเธอจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า

         พูดง่ายๆคือ มันแทงใจเข้าไป มันตอกย้ำสิ่งที่ฉันคิดถึง

 

        ถ้าคุณรักใคร คุณอย่าทำให้เขารอ..

        ฉันรอ... คนๆหนึ่ง และไม่สามารถบังคับใจตัวเองได้เลย

         ไม่ให้หยุด รอ...

         เพราะอะไรล่ะ...

                        เพราะฉันรักเค้าไง... ฉันจึงรอ

                        และฉันเลือกไม่ได้เลย... ที่จะเลิกคิดถึง เลิกรอ...

                      

              ถ้าคุณรักใคร คุณอย่าบอกรักเค้า ก่อนที่คุณจะต้องไป

               ฉันรู้... มีหลายคนทำเช่นนั้น เพราะมันช่วยลดความเสี่ยง

              ที่จะถูกคนๆนั้นหมางเมิน ถ้าเค้าไม่ตอบรับ

 

               เพราะคุณคงไม่รู้ว่า ถ้าเค้าใจตรงกับคุณ

               มันทรมานแค่ไหนกับการรอคอย

              รอคอย ที่จะได้พบคุณอีกครั้ง

 

               และเขามิอาจห้ามใจได้เลย... เพื่อไม่ให้คิดถึงคุณ

                      

7 วิธีคิดอย่างคนเก่ง

posted on 19 May 2008 00:53 by lovelywal
คนจะเก่งได้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีพรแสวงด้วย คือหมั่นค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมหมั่นฝึกฝน และพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง สิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้คุณกลากเป็นคนเก่ง ด้านการปฎิบัติ การฝึกฝนทุกคนคงจะพอทำกันได้ แต่ในด้านความคิดล่ะ คนเก่งเขาคิดกันอย่างไร แล้วคิดอย่างไรถึงจะเป็นคนเก่งมาลองดู 7 วิธีนี้ดู เราว่ามันให้อะไรมากกว่าการเป็นคนเก่งอีกนะ

 1. คิดในทางมองโลกในแง่ดี

   
และทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลังด้วยรอยยิ้มและความเบิกบานทำตัวให้สดชื่นมีชีวิตชีวา และกระตื้อรื้อร้นอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ จะช่วยให้คุณจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาได้อย่างอยู่มือ

 2. มีศรัทธาในตัวเอง
  
   ถ้าแม้แต่คุณเองยังไม่ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วจะมีมนุษย์หน้าไหนล่ะ จะเชื่อมั่นในความเก่งของคุณ อยากให้ใครๆเขาชื่นชอบ และทึ่งในตัวคุณ คุณก็ต้องมั่นใจในตัวคุณก่อน

 3. ขอท้าคว้าฝัน
       
   
ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังมากเกบความตั้งใจจริงและทุ่มสุดตัวหรอกนะ ความกระหายอันแรงกล้าที่จะพาตัวเองไปสู่จุดมุ่งหมายนั่นแหละเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้คุณสามารถสานฝันสู่ความจริงได้

 4. ค้นหาบุคคลต้นแบบ

    
ใครก็ได้ที่คุณชื่นชม เพื่อเป็นมาตราฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาวิธีคิด วิธีการทำงาน จุดเด่นในตัวเขา เผื่อว่าเราจะได้ไอเดียแจ๋วๆ มาปรับใช้ให้ชีวิตก้าวโลดสู่ความสำเร็จ

 5. เริ่มต้นงานใหม่ด้วยรอยยิ้มที่สดใส

   
   คนที่มีรอยยิ้มเบิกบานไว้บนใบหน้าเปรือบเสมือนมีประตูเปิดกว้างที่ใครๆก็อยากจะเข้ามาทัก นอกจากนี้รอยยิ้มยังทำให้คนรอบข้างอีกด้วย

 6. เรียนรู้จากความผิดพลาด

      สี่เท้ายังรู้พลาด  นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จะเป็นอะไรเชียวถ้าเราทำอะไรแล้วยังไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้ เพียงแต่ขอให้ทำเต็มที่และเปิดใจให้กว้าง ยอมรับความจริง หันมาทบทวนว่ามีขั้นตอนไหนที่ผิดพลาด...เพื่อที่จะได้เริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิม


 7.  ทนุถนอมมิตรสัมพันธ์เก่า...

     
คงไม่มีใครที่จะอยู่อย่างมีความสุขโดยปราศจากเพื่อนหรือมิตรที่รู้ใหรอกนะ แม้ว่าชีวิตคุณในแต่ละวันจะวุ่นวายแค่ไหนก็ตาม คุณควรจะมีเวลาให้กับเพื่อนซี้ที่รู้จักมักจี้กันมานานซะบ้างแวะไปมาหากัน เมื่อโอกาสอำนวย ชวนกันออกมาทานข้าวบ้าง เผื่อในยามที่คุณเปล่าเปลี่ยวหงอยเหงา ก็ยังมีเพื่อนซี้ไว้พึ่งพาและให้กำลังใจกันได้นะ

ภาษา c เกิดมานานแล้วนะคะ และเชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จัก แล้วc++นี่ก็พัฒนามาตามแนวคิดแบบObject Oriented มาจาก c นี่เอง

วันนี้ violet girl เกิดมีอารมย์บ้าคอมขึ้นมา(อีกแล้ว) ก็ลองไป search หา e-book จากเว็บหาอะไรก็เจอ (เหอๆ น่าจะทราบกันดี ก็เว็บลำดับ 1 ที่เราต้องเปิดมันขึ้นมาโดยจิตใต้สำนึกสั่งการ ซะงั้น) ก็เรยเอามาแจกชาวคอม exteen ทั้งหลายกันแบบฟรี จาได้เก่งๆ กันถ้วนหน้า และอยากจะมีประโยชน์ต่อสังคม เหอๆ นะ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับคนที่ต้องการนะคะ(ก้อ แหงล่ะ+-+)

เ รียนรู้ภาษา C และ C++ สำหรับผู้เร่ิมต้น

ผู้เขียน: ศิริชัย นามบุรี (ขอบคุณท่านเลยนะคะ)

บทที่ 1 แนะนำภาษา c++ เบื้องต้น ->> Download

บทที่ 2 การแสดงผลและการรับข้อมูล ->> Download

บทที่ 3 การเลือกทำ ->> Download

บทที่ 4 การทำซ้ำ ->> Download

บทที่ 5 ฟังก์ชัน (Function) ->> Download

บทที่ 6 อาร์เรย์ (Array) ->> Download

บทที่ 7 สตริง (String) ->> Download

บทที่ 8 ข้อมูลอินิวเมอเร็ตเต็ด (Enumerated) ->> Download

บทที่ 9 ข้อมูล Structer และ unnion ->> Download

บทที่ 10 พอยเตอร์ (Pointer) ->> Download

บทที่ 11 การเขียนโปรแกรมแบบ OOP ->> Download

บทที่ 12 การจัดการข้อมูลแบบ file ->>Download 

      ปล.ถ้าentry นี้มีประโยชน์ก็ขอดาวด้วยน๊าาาา (เหอๆ เจ้าของบล็อคด้านนนน :$ ซะม่ายมี)

      บ๊ายบาย จ้าาาาา

 

 

 

edit @ 17 May 2008 20:08:08 by lovelywal_YES_SURE